10 เหตุผล ทำไมเด็กรุ่นใหม่… ทำงานได้ไม่นานก็ลาออก

“เด็กรุ่นใหม่ไม่อดทน ติดสบาย เจอปัญหานิดหน่อยก็ลาออก” เป็นประโยคที่หลายคนคงเคยได้ยินกันบ่อย ๆ

เพราะเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะถูกมองว่ามีความอดทนต่ำ ไม่ค่อยสู้งาน เจอปัญหาอะไรนิดหน่อยก็ลาออก

ทำงานยังไม่ครบปีก็ลาออก หรือบางคนก็เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น รวมถึงถูกตั้งข้อสงสัยว่า…เป็นกลุ่มคนทำงานที่ไม่ค่อยมีความจงรักภักดีต่ออง ค์ ก ร เท่าที่ควร

10 เหตุผลว่า… ทำไมเด็กรุ่นใหม่ถึงทำงานได้ไม่นาน ก็ลาออก

1. “แค่มีงานทำ” ไม่ใช่ความมั่นคงในชีวิตเสมอไป

ค่ า นิ ยมของคนรุ่นก่อน ๆ หลายคนอาจจะชอบมองว่า “การมีงานทำ” คือความมั่นคงและความสำเร็จในชีวิต

เชื่อว่าต้องตั้งใจเรียนเพื่อโตมาจะได้ทำงานในบริษัทที่มั่นคง ได้สวัสดิการที่ดี

มีเงินใช้ในบั้นปลายชีวิต บางคนก็เลือกทำงานที่เงินเดือนน้อยหน่อยแต่มีเงินบำนาญตอนแก่

หรือยอมทนทำงานจนหัวแทบร ะ เ บิ ด เพื่อรอเลื่อนตำแหน่งโดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่..

แต่เด็กรุ่นใหม่ไม่คิดแบบนั้น เขาโตมาในยุคของเทคโนโลยี ที่ทุกอย่างสะดวก และรวดเร็วไปหมด

ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่หลายคนจึงเป็นคนไม่ชอบรอ อยากเห็นผ ล ลั พ ธ์ ของสิ่งที่ทำให้ไวที่สุด

พวกเขาจะมองว่าต้องทำยังไงถึงจะทำเงินได้เร็วที่สุด ต้องหารายได้จากทางไหน

เพื่อมาซื้อความสะดวกสบายให้ชีวิตได้มากที่สุด

และถ้าเจอสังคมทำงานแย่ ๆ พวกเขาก็อาจไม่ลังเลที่จะ “ลาออก” เพราะไม่ได้คิดว่า…การลาออก คือ

ความล้มเหลวในชีวิต

2.งานที่คิดไว้ ไม่เหมือนกับงานที่ได้ทำจริง

ก่อนจะทำงานที่หนึ่งเป็นธรรมดาที่เราต้องพิจ ารณาภาพ ลักษณ์ขององค์กร

หน้าที่ความรับผิดชอบ เงินเดือน รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆที่บอกในหน้าประก าศงาน หรือจากการสัมภาษณ์

แต่เมื่อเข้ามาทำงานจริงแล้ว มีหลายครั้งที่พวกเขากลับพบว่า…มันคือ หนั ง คนละม้ ว น

ใน J o b De s c r i p t i on บอกหน้าที่ความรับผิดชอบเท่านี้ แต่พอทำจริงงานที่ไหนไม่รู้เพิ่มมาเต็มไปหมด

เงินเดือนที่เคยขอไว้ก็ไม่สัมพันธ์กับหน้าที่ที่ต้องทำ สวัสดิการที่บอกว่ามีก็ไม่มีเหมือนที่บอก

ให้ทำงานเกินเวลาแต่ก็ดันไม่ได้โอที พูดง่าย ๆ คือ

หลายอย่างไม่ใช่แบบที่เห็น หรือตกลงกันเอาไว้ในตอนแรกถ้าเจอบริษัทแบบนี้พวกเขาก็เลือกที่จะไปดีกว่า

3. เชื่อว่าถ้ามีความสามารถ ก็มีทางเลือก

เด็ก ๆ สมัยนี้เรียกได้ว่ามีความสามารถมากมายทางเลือกในการเรียนไม่ว่าจะรับดับปริญญา

เรียนต่อต่างประเทศ ลงคอ ร์ ส เรียนที่สนใจแบบระยะสั้นหรือเรียนคอร์สเรียนออนไลน์

บางคนมีศัก ย ภ าพสูงมากจนมั่นใจว่า.. ตัวเองมีความสามารถมากพอมีทางเลือกมากมายที่รออยู่ข้างหน้า

ดังนั้นถ้าเจอหนทางและแนวทางที่ดีกว่า เขาก็ต้องเลือกทางที่ดีกว่าเป็นธรรมดา

เพราะพวกเขาคิดว่าการค้นหางานที่ใช่ไปเรื่อย ๆ น่าจะดีกว่าทนอยู่กับงานที่ไม่ใช่ไปจนแก่

และอาจจะด้วยความที่เติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีที่หมุ น เร็ว ไม่หยุดอยู่กับที่

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาพวกเขาจึงไม่กลั ว กับความเปลี่ยนแปลง และกล้าที่จะแตกต่าง

4.การทำงานอยู่ที่เดิมนาน ๆ เงินเดือนขึ้นไม่เท่าเปลี่ยนงานปฏิเสธไม่ได้ว่า… 

เด็กรุ่นใหม่มีการเปลี่ยนงานมากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ มากซึ่งเขามองว่าใคร ๆ ก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

ดังนั้นเขาจะอยู่ต่อก็ต่อเมื่อบริษัทให้ค่ า จ้างคุ้มค่ากับงานที่ทำ

แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เงินเดือนไม่สมเห ตุสมผลกับงานที่ทำพวกเขาก็พร้อมออก ถ้าได้รับข้อเสนอจากที่ใหม่ที่ดีกว่า

อีกทั้งการปรับขึ้นของเงินเดือนตามมาตรฐานของบริษัท เพิ่มขึ้นไม่เยอะเท่าการย้ายงานที่เงินเดือนขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด

อย่างที่บอกว่าเด็กรุ่นใหม่เป็นประเภทไม่ชอบรอ… รวมถึงชอบการท้าทายตัวเองด้วย

พวกเขามองเงินเดือนเท่ากับความสามารถ คนเก่งก็ต้องได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่ากับความสามารถถึงจะถูก

5.มีงานอื่นที่สร้างเงินได้ไม่น้อยกว่า “งานประจำ..”

เด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแคร์ว่าต้องทำงานที่มีหน้ามีตาในสังคม ตำแหน่งหน้าที่สูง ๆ

หรือต้องรับราชการเหมือนที่คนรุ่นก่อน ๆ คิดพวกเขามองว่าไม่ว่าจะทำงานอะไร ถ้าสุดท้ายแล้ว

ผ ล ลั พ ธ์ มันทำเงินได้ไม่ต่างกันก็ถือว่าประสบความสำเร็จได้ ซึ่งปัจจุบันนี้โลกการทำงานนั้นเปิดกว้างมาก

สมัยนี้มีช่องทางการทำเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน F r e e l a nce ทำธุรกิจส่วนตัว

อย่างเช่นการขายของออนไลน์ที่ทำง่าย แถมสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ การเป็น Co n t e nt C r e a t or

รวมถึงการเล่นหุ้ น หรือการเท ร ด สกุ ล เ งิ น ดิ จิ ทั ลที่ทำได้ผ่านแอปฯ มือถือ ก็สามารถสร้างเงินได้จำนวนมาก แถมทำได้ไม่ยากเลย

6.คนอื่นไม่รับฟัง เพราะคิดว่าพวกเขาเป็นแค่ “เด็ก”

บางองค์กรยังยึ ด ติ ดกับความคิดในแบบเดิม ๆว่าคนรุ่นใหม่ยังไม่โตพอ ทำให้บ่อยครั้งหัวหน้างาน

เลือกที่จะไม่รับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของเด็กรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเสนอไอเดียอะไรไปก็ถู ก ป ล่ อยผ่าน

เพราะคิดว่าก็เป็นแค่เด็กรุ่นใหม่คนนึงที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเมื่อเทียบกับคนทำงานคนอื่น ๆ

รวมถึงพวกเขาถูก จำ กั ดการทำงานด้วยขอบเขตและก ฎ ร ะ เ บียบที่น่าอึดอัด

เด็กรุ่นใหม่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง อยากทำงานในแบบที่ตัวเองต้องการ

อยากเสนอไอเดีย อยากโ ต้แ ย้ งในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยแต่เมื่อความเห็นของถูกปล่ อ ย ผ่ านหรือถูกห้ าม

พวกเขาจึงไม่ได้พิสูจน์ในสิ่งที่ตัวเองต้องการทำ

เมื่อนานไปจึงกลายเป็นความรู้สึกผิ ดหวัง ท้อแท้ และตามมาด้วยการลาออกในที่สุด

7. ผู้ใหญ่บางคนชอบเอาเปรียบ เพียงเพราะตัวเองอยู่มาก่อน

เด็กรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยถูกเอารั ด เอาเปรี ย บในที่ทำงานเพียงเพราะตัวเองอายุน้อย

ไม่ว่าจะเป็นถูกหัวหน้าโย น งานมาให้แต่ไม่เคยสอนว่า..ต้องทำยังไง

ให้ช่วยทำงานจิปาถะมากเกินไปทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ เจอระบบอาวุโสที่เกินกว่าเห ตุ มีการแบ่งพร ร ค

แบ่งพว ก ทำให้รู้สึกว่าในที่ทำงานแห่งนี้ไม่มีความเสมอ ภ าคเลย

พวกเขามองว่าระบบอาวุโสทำให้คนที่มีความสามารถจริง ๆ ถูกมองข้ามเพียงเพราะเขามีอายุงานน้อย

และระบบเหล่านี้จะทำให้อ ง ค์พัฒนาได้ยาก

เพราะเด็กรุ่นใหม่ที่เก่ง ๆ ถูกกลื น หาย อีกทั้งเด็กสมัยนี้ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมและความยุติธรรม

ถ้าเจออะไรที่ไม่เป็นไปตามความเชื่อของเขา พวกเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะลาออก

8.อยู่ทำไมถ้าไม่ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เลย

การจะอยู่ร อ ดได้ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เด็กรุ่นใหม่เชื่อว่า…

เขาจำเป็นต้องพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ

มีผลสำร ว จนึงบอกว่า ส่วนใหญ่เด็กรุ่นใหม่มีแพลนศึกษาต่อในระดับปริญญาที่สูงขึ้น

รวมถึงต้องการสอบใบ Ce r t if i c ate ต่าง ๆ

จึงไม่แปลกที่จะมองหาบริษัทที่มีสวัสดิการการเท รนนิ่งต่าง ๆ หรือมีสื่ อ การเรียนออนไลน์ให้กับพนักงาน

รวมทั้งการทำงานในบริษัทก็ต้องทำให้เขารู้สึกว่าได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

ดังนั้นถ้าพวกเขารู้สึกว่าบริษัทที่ทำอยู่ไม่มีที่ให้เขาพัฒนา

หรืออยู่ไปก็ไม่มีทีท่าว่าจะได้ทักษะอะไรเพิ่มขึ้นมาการออกไปหาสิ่งที่ดีกว่าจึงกลายเป็นทางที่พวกเขาเลือก

9.ต้องการการสนั บ ส นุนในเรื่อง Technology

เด็กรุ่นใหม่โตมากับเทคโนโลยี แต่ถ้าพวกเขาต้องมาทำงานกับบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี

พวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตได้ยากขึ้น ขั ดใจว่า ทำไมไม่ทำแบบนั้น

ทั้งที่เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานทั้งง่ายและเร็วขึ้นอีกเยอะ

เพราะเด็กรุ่นใหม่มองว่าเทคโนโลยี หรืออุป ก รณ์การทำงานที่ทันสมัยทำให้งานเสร็จได้เร็วขึ้น

และก็อาจทำให้ได้ผ ลลั พ ธ์ที่ดีกว่าในบางงาน

10.เปลี่ยนเพื่อ Wo r k – Li f e B a l a nce ที่ดีขึ้น

มีผลสำรวจบอกว่า.. G e n Z และ Mi ll e n n i al ส่วนใหญ่ต้องการสวัสดิการที่เกี่ย ว ข้อ งกับสุขภาพจิ ต

เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับสุขภาพจิ ต มาก

ดังนั้นถ้าต้องทำงานกับบริษัทที่เคร่ ง ครั ดใน ก ฎระเบียบมาก วัน ๆ ให้ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน

โดยไม่ใส่ใจสุขภาพจิ ต ของพนักงาน เด็กรุ่นใหม่จะรู้สึกว่าชีวิตการทำงานทำให้พวกเขาเครี ย ดเกินไป

และมันกำลัง ล้ำ เ ส้ นชีวิตของพวกเขา เขาอยากมีเวลาส่วนตัว มีเวลาพักผ่อน ได้ทำกิจกร รม ที่ชอบ

หรือทำงานเสริมหารายได้ ก็เลยไม่แปลกที่เด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมองหาบริษัทที่มีสไตล์การทำงาน

แบบสบาย ๆ ให้ความสำคัญทั้งด้านการทำงาน และชีวิตส่วนตัวอย่างสมดุล มีต า ร างการทำงานที่ยืดหยุ่น

(Fl e xi b le W o rk S c he d u le) สามารถทำงานที่ไหนก็ได้

(R em o t e Wo r k i ng) เพราะเด็กรุ่นใหม่เป็นประเภทไม่ชอบการถูกสั่ง หรือถูกบั ง คั บมาก ๆ

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องทำงานกับบริษัทที่เคร่งครัดแบบขยับตัวไม่ได้ หรืองานที่เครี ย ดจนสุขภาพจิ ต เสี ย

พวกเขาก็ไม่ไหวขอบายเหมือนกัน

ความจริงแล้วเด็กรุ่นใหม่ก็เหมือนกับคนทำงานทั่วไปนี่แหละ มีทั้งข้ อ ดี และข้ อ เ สีย ขึ้นอยู่ที่ว่า…

อง ค์ ก รจะมีวิธีการจัดการ หรือดึงศั ก ย ภ าพของพวกเขาออกมาได้ยังไง

รวมถึงสิ่งสำคัญที่อ ง ค์ ก รเองต้องทำความเข้าใจก่อน

ก็คือ หากอยากได้ความจงรักภักดีต่ออ ง ค์ ก ร จากพนักงาน อง ค์ ก รก็ควรจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

เพื่อแลกมันมา ซึ่งไม่ได้หมายความแค่เงินเดือนหรือสวัสดิการเท่านั้น แต่รวมไปถึงการให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้และมีอนาคตในการทำงานด้วย

 

แหล่งที่มา pantip