เวลาของพ่อกับแม่เหลือไม่มาก แล้วนะลูก!..จงดูแลท่านให้ดี

คุณแม่ชราคนหนึ่ง.. เดินเข้าไปหาหนังสือพิมพ์ ในห้องของลูกชาย เผอิญลูกชายกลับบ้านมา

พอดีลูกชายหัวเสียมาจากการเจรจาการค้า

การเจรจาครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ

ลูกค้าไม่ยอม สั่งออร์เดอร์ตามเดิม

จึงรู้สึกหงุดหงิดมาก เมื่อเห็นแม่กำลังควานหา

อะไร บนเตียงของเขา ความหงุดหงิดบวกกับ

ความไม่พอใจ จึงตวาดออกไปว่า…

“แม่! มาทำอะไรที่ห้องผม อย่ายุ่งของๆ ผมนะ ผมบอกแม่กี่ครั้งแล้ว !”

แม่ของเขาหันมา อธิบายแก่ ลูกชายว่า…

“แม่หาหนังสือ ก็เลยนั่งบนเตียงของแกแป๊บเดียวเอง”

ลูกชายแสดงสีหน้า ไม่พอใจ เป็นอย่างยิ่ง

ก่อนเดินออกจากห้อง แล้วกล่าวทิ้งท้ายว่า…

“อยู่บ้านก็ไม่ทำอะไร ว่างมากหรือไง?” 

เที่ยงคืนของคืนนั้น แม่ชรา ผู้อาภัพได้ สิ้นใจ!!

โดยที่ลูกชายยังไม่ทันได้ร่ำลาเลยสักคำ.

ท่านขงจื้อกล่าวไว้ว่า…  “การปรับสีหน้าให้เป็นปกติ คือกตัญญู”

เหตุใดการปรับสีหน้าให้เป็นปกติ คือความกตัญญู

ก็เพราะ การจะทำสีหน้าให้ปกติ เป็นเรื่องยาก

“กับข้าวอยู่ที่โต๊ะนะ กินไปเลยไม่ต้องรอ ห นู งานยุ่ง”

“ของพวกนี้ราคาแพงนะ แม่ เวลาใช้ก็ประหยัดหน่อยนะแม่!”

“ดึกขนาดนี้จะมานั่งรอผมทำไม ผมโตแล้วนะ วันหลังไม่ต้องนะแม่ รู้ไปถึงไหนผมก็อายไปถึงนั่น!”

เรางานยุ่งขนาดนั่งกินข้าวกับพ่อแม่ไม่ได้เลยหรือ ?

หากของที่ซื้อมาในราคาแพงนั้น เราเอาไปให้เจ้านาย เราจะกล้าพูดแบบนี้ไหม ?

ความห่วงหาอาทรที่พ่อแม่มี ต่อ ลูก

มันไม่เคยจางหายไปจากใจ ขอบคุณท่าน

เมื่อเห็นท่านนั่งรอคุณกลับบ้าน เหมือน ตอนขอบคุณเพื่อนๆ ที่นั่งรอ.. เวลาคุณไปงานเลี้ยงสาย

คุณทำกับคนอื่นได้ แต่กับแม่ คุณทำไม่ได้เลยหรือ ?

ท่านบรมครูขงจื้อจึงกล่าวไว้ว่า.. “ย ามท่านอยู่ เลี้ยงดูด้วยความเคารพ ย ามปรนนิบัติ ให้ความสุขสบาย

ย าม ท่านป่ ว ย ให้การดูแลเอาใจใส่… หากวันหนึ่ง ท่านจากไป ให้ความอาลัยอย่ างสุดซึ้ง ย ามบูชาเซ่นไหว้ ให้ความสำรวม”

ได้โปรดระลึกว่า… วันหนึ่งเราทุกคนก็ต้องแก่… เพียงแต่พ่อแม่แก่ก่อนเรา

สิ่งที่เราควรมีก็ คือ ความเข้าใจ และปฏิบัติต่อท่าน

เหมือนที่เราอยากได้จากลูกหลานในอนาคต

เราจึงมีความเพียรในการดูแล ไม่ปรักปรำพร่ำบ่น

ย ามท่านอยู่ ดูแลเอาใจใส่ท่านเพิ่มอีกสักนิด

เพราะเวลาของเรานับกันเป็นปี

แต่… เวลาของท่านอาจนับเป็นวันแล้วก็ได้…

 

ขอบคุณ นุ ส น ธิ์ บุ ค ส์