(บริหารเก็บเงิน แบบ 6 โถ ) สำหรับคนเก็บเงินสร้างตัวให้รวยขึ้นได้

การออมเงิน เป็นการวางแผนการใช้เงินที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง เมื่อฝึกจนมีความเคยชินจะ

สามารถออมเงินในระยะยาวได้ เงินออมส่วนนี้ อาจจะมีการต่อยอดเป็นเงินลงทุน

เพื่อให้มีกำไรงอกเงยเหลือเก็บในแต่ละเดือน นักคิดทางด้านการเงินการลงทุน

เขาได้แนะนำวิธีการบริหารรายได้ ในแต่ละเดือนด้วยการใช้โถแต่ละใบ

เป็นสัญลักษณ์แทนการแบ่งเงินแต่ละส่วน ดังนี้

1. โถสำหรับรายจ่ายประจำ (50%)

เงินในโถใบที่หนึ่งนี้เป็นเงินสำหรับใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น

ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำมัน เป็นต้นโดยเงินส่วนนี้คิดเป็น 50%

ของรายได้ทั้งหมดในแต่ละเดือน

2.โถแห่งการซื้อความสุขส่วนตัว (10%)

โถใบที่สองนี้ มีหน้าที่ใช้สร้างความสุขของคุณไม่ว่าจะเป็นการใช้เที่ยว ฉลองเข้าสปา พาสาวไปเดท

ชอปปิ้งออนไลน์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่คุณต้องการถ้าจะมารอตอนแก่ ก็คงจะเสียโอกาส

พลาดสิ่งที่อยากทำในช่วงนั้นๆ เงินในส่วนนี้คุณต้องใส่โถเอาไว้ 10% ของรายได้

3.โถแห่งความรู้พัฒนาตนเอง (10%)

เงินในโถใบที่สามนี้มีไว้เพื่อใช้พัฒนาความรู้ หากคุณอยากเป็นคนที่เก่งขึ้น

กว่าตัวเองในเมื่อวาน คุณจำเป็นที่จะต้องศึกษาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ จะดีไหม ถ้ามัน จะทำให้

คุณสามารถสร้างรายมากขึ้นกว่าเดิมจากการที่มีความรู้ที่มากขึ้นคุณก็ สามารถนำเงิน

ในส่วนนี้ไปใช้พัฒนาได้เลยโดยเงินในส่วนนี้คุณต้องใส่โถเอาไว้ 10% ของรายได้ในแต่ละเดือน

4. โถแห่งการสร้างอิสรภาพทางการเงิน (10%)

โถใบที่สี่นี้จะเป็นเสมือนกับห่านทองคำหรือเครื่องผลิตเงินให้คุณ

ในย ามที่คุณไม่มีแรงทำงานแล้ว คุณไม่ต้องไปคิดฝากชีวิตไว้กับลูกหลานให้ต้องเป็นภาระ

ซึ่งอาจนำไปลงทุนในหุ้นกองทุนรวมสหกรณ์ออมทรัพย์ ลากออมสิน ทองคำ ประกันสะสมทรัพย์

เงินฝากดอกเบี้ยสูงอันนี้ขึ้นกับความรู้ของคุณเลยถ้าอยากได้เป็นอิสรภาพเร็วก็ต้อง

ใช้เงินในโถที่ 3 โถแห่งความรู้พัฒนาตนเองในการศึกษาเรื่องการลงทุนให้มากๆ

สำหรับเงินที่คุณใส่ลงในโถใบที่ 4 นี้จะช่วยเลี้ยงตัวคุณเอง โดยคุณต้องนำไปใช้สำหรับ

การลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสด แบบ passive income แต่มีข้อแม้ว่า… คุณห้ ามใช้เงินในกระปุกนี้จนกว่า

รายได้จากดอกผลเฉลี่ยต่อเดือน ที่มันจ่ายให้จะมากกว่ารายจ่ายประจำที่คุณมีหรือ

เมื่อคุณเกษียณนั่นแหละครับ และระลึกไว้เสมอ แม้จะเกษียณแล้วก็ห้ ามใช้เงินต้น ในโถใบนี้เด็ดขาดให้ใช้เพียงเงินปันผล

ซึ่งเปรียบได้กับไข่ทองคำเพราะว่าเงินต้นที่นำไปลงทุนเปรียบเสมือนแม่ห่านทองคำ

หากเอามาใช้ก่อนเมื่อใดก็เปรียบได้ว่า คุณฆ่ าแม่หานกินไปแล้วมันก็จะไม่มีไข่ให้คุณอีกต่อไป

5. โถเงินสำรอง ฉุ ก เ ฉิ น (10%)

หากคุณมีรายจ่ายจำเป็นก้อนใหญ่พิเศษ แบบกะทันหันคุณไม่จำเป็นจะต้องไปหยิบยืมใคร

ให้ลำบากใจเลย เพราะเงินในโถใบนี้จะมีหน้าที่แก้ไขปัญหา แบบฉุกเฉินไม่ว่าจะเป็น

ค่าจัดงานแต่งงาน ค่ารักษาพย าบาล ค่าการศึกษาบุตร ซ่อมรถ ซื้อบ้าน โดยมันจะช่วยให้คุณไม่ต้องเป็นหนี้สินรุงรังจนแก้ไม่ได้ใน อนาคตยังไงหล่ะ

6. โถแห่งการ แ บ่ ง ปั น (5%)

เงินในโถใบนี้ มีไว้สำหรับช่วยเหลือสังคม เพื่อนฝูงหรือทำบุญทำทาน เพราะถ้า คุณรู้จัก

การให้ก่อนรับคุณก็จะได้กลับโดยที่ไม่ต้องไปเรียกร้องลองถามตัว คุณเองดูว่าระหว่างคนที่

ไม่เคยให้อะไรคุณเลย กับคนที่คอยแบ่ งปั นให้คุณเสมอๆ ถ้าสองคนตกอยู่ที่นั่งลำบาก คุณอยากจะช่วยใครมากกว่ากันหละ จงให้ก่อนรับเสมอ

ตัวอย่าง การนำทฤษฎี โถ 6 ใบไปใช้จริงถ้าหากคุณรายได้เดือนละ 15,000 บาท

1.โถสำหรับรายจ่ายประจำ (50%)

วิธีการแบ่งเงิน คือ 15,000 x (50/100) = 7,500 บาท

2.โถแห่งการซื้อความสุขส่วนตัว (10%)

วิธีการแบ่งเงิน คือ 15,000 x (10/100) = 1,500 บาท

3. โถเพื่อซื้อความรู้พัฒนาตนเอง(10%)

วิธีการแบ่งเงิน คือ 15,000 x (10/100) = 1,500 บาท

4.โถแห่งการสร้างอิสรภาพทางการเงิน (10%)

วิธีการแบ่งเงิน คือ 15,000 x (10/100) = 1,500 บาท

5.โถเงินสำรอง ฉุ ก เ ฉิ น (10%)

วิธีการแบ่งเงิน คือ 15,000 x (10/100) = 1,500 บาท

6.โถเพื่อการ แ บ่ ง ปั น (5%)

วิธีการแบ่งเงิน คือ 15,000 x (5/100) = 750 บาท

ทฤษฎี 6 โถ หรือการออมเงินแบบโถ 6 ใบ ก็เป็นหนึ่งทางเลือกให้ผู้ที่อยาก มั่งคั่งในอนาคต

ได้เริ่มวางแผนทางการเงินที่เป็นเหมือนลายแท งสมบัติที่ทำได้จริงสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะ

กับแต่ละคน หากเรายังอยู่ในช่วงที่มีแรงหาเงินได้เราควรมีการจัดสรรเงินเพื่ออนาคตไม่เช่นนั้น

คุณอาจจะเป็น คนถังแตกในตอนแก่…ถ้าใครที่เป็นข้าราชการโดยปกติจะมีเงินบำนาญไว้ใช้

ตอนเกษียณหากนำทฤษฎี 6 โถ ไปปรับใช้ยิ่งจะทำให้คุณมั่งคั่งได้เร็ว มากกว่าคนที่

เป็นข้าราชการที่เวลาราชการเท่ากันอย่างแน่นอนผู้ที่ล้มเหลวทางการเงินกล่าวว่า…

“หาเงินทำไมเยอะแยะชีวิตมันสั้น ตา ยไปก็ใช้เงิน ไม่หมด” คนประสบสำเร็จทางการเงินตอบกลับไปว่า…

“แต่ปัญหาที่พบมัน น่าสลดนะ หากเงินหมด แต่ดันไม่ตา ย”

ขอบคุณบทความที่มา ตามสบาย