ถึงคุณจะมีที่ดินเป็น 1000 ไร่ คุณก็นอนได้แค่ไม่เกิน 8 เมตร..(เขียนไว้ดีมาก)

ศึกษาเอาไว้ เป็น ปริญญาชีวิต อย่ าไปกังวลว่า…

ถ้าคุณจากไป อะไรจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว ใครเขาจะยกย่องชื่นชม

หรือตำหนิ ประณ ามอย่างไร คุณจะไปรู้สึกรู้สาอะไรได้ ลูกของคุณเขาจะเป็นอย่างไร

ก็อย่าเป็นห่วงให้มากนัก พวกเขาต่างก็มีจุดหมาย และ หนทางชีวิตของตนเอง

เมื่อล่วงลับไปแล้วคุณก็ยัง ไม่เลิกเป็นท าสของลูกๆ อีกหรือ อย่ าคาดหวังอะไຣมากจากเด็กๆ

ต่อให้คุณชุบเลี้ยงใครไว้ดูแลคุณยามแก่เ ฒ่า…เขาก็ต้องวุ่นวายกับการงาน และภาระผูกพันต่างๆ

เกินกว่าจะมีเวลามาช่วยเหลือ ดูแลอะไຣคุณได้มากนักอส่วนลูกจริงๆ นั้น ก็อาจจะกำลังทะเ ลาะกัน

เพื่อแย่ง ทรัพย์สมบัติของคุณอยู่ ทั้งๆที่คุณยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ดีขึ้นมาหน่อย

ก็อาจจะแค่แอบภาวนา ให้คุณอย่ าใช้เงินให้มาก และรีบจากไปเสีย เร็วๆ อย่างนี้

ก็มีให้เห็นอยู่ถมไป คุณไม่รู้หรอกหรือว่า… บรรดาลูกๆ เขาถือว่า..ทรัพย์สมบัติของคุณ

เป็นสิ ท ธิ์ ข าดของเขาไปแล้ว คุณจึงไม่มีสิทธิ์จะไปกำหนดอะไรได้เลยในเงินที่เป็นของเขา

เข้าใจไหม? คนอายุเกิน ๕๐ อย่างคุณ ต้องเลิกเอาสุ ขภาพ ไปแลกกับความร่ำรวยได้แล้ว

“มีเงินเท่าไร ก็ซื้อสุขภ าพคืนมาไม่ได้” คุณตอบได้ไหมว่า… จะหยุดหาเงินเมื่อใด

เท่าไหร่คุณถึงจะบอกว่า… “พอแล้ว” ร้อย พัน หมื่น ล้าน สิบล้าน พอรึ ยังไม่ทราบ ?

ต่อให้คุณมีไร่นานับพันไร่ คุณก็กินข้าวได้แค่วันละสามจาน แม้ มีคฤหาสน์นับพันหลัง

คุณก็ต้องการพื้นที่หลับนอนยามค่ำคืน เพียง 8 ตาร า ง เ มตร ดังนั้นตราบใดที่คุณยังมี

ข้าวปลาอาหารกินอย่างเพียงพอ มีเงินพอใช้สอยได้ทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ดีเหลือหลายแล้ว

อายุเท่านี้แล้ว คุณควรอยู่อย่างเป็นสุข ทุกบ้านต่างก็มีปัญหาของตนเองอย่ ามัวไปคิดเปรียบเทียบ

แก่งแย่งแข่งดีกัน ไม่ว่าชื่อเสียง ฐานะในสังคม หรือความก้าวหน้าของเด็กๆ ฯลฯ

สิ่งที่ควรจะแข่งกันทำกันจริงๆ นั้น คือ แข่งกันมีความสุข แข่งกันมีสุขภาพดีและอายุยืนนาน

ส่วนอะไร ที่เราเปลี่ยนมันไม่ได้ ก็อย่ าไป…ฝังอกฝังใจให้ป่ ว ยการ และทำล า ยสุขภาพ

ตัวเองเลย อายุป่านนี้แล้วก็ยังเปลี่ยนมันไม่ได้เลย หลังอายุ ๕๐ แล้วอย่างนี้

คุณต้องค้ นหาหนทางของคุณเอง ที่จะสร้างชีวิตที่เป็นอยู่ดีๆ และสุขสดใสขึ้นมาให้ได้

ตราบใดที่มันทำให้คุณอารมณ์ดี คิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้เป็นสุข ทำอะไຣก็สุขสนุกกับมันอยู่ทุกวัน

นั่นก็ หมายความว่า. คุณได้ผ่านวันเวลาอย่างเป็นสุขแล้ว ทุกวันวานที่ผ่านไป

คุณจะสูญเสียไป 1 วัน แต่ถ้ามันผ่านไปอย่างเป็นสุข วันนั้นคือกำไรชัดๆ เลย

จิตใจที่ดีจะช่วยรักษาโຣค ภั ยได้ ถ้าจิตใจเป็นสุขโຣ คก็จะหายเร็วขึ้น แต่ถ้าจิตใจทั้งดี

ทั้งเป็นสุขด้วยแล้วล่ะก็ ความเจ็ บป่ วยจะไม่มีทางมาแผ้วพานได้ ด้วยอาຣมณ์ที่ดีแจ่มใส

อยู่เป็นนิจ ออกกำลังกายให้เพียงพอ อยู่กลางแจ้งบ่อยๆ กินอาหารให้ครบหมู่

ได้วิต ามิuและแร่ธ าตุอย่างเพียงพอเพียงเท่านี้ก็เชื่อได้แน่นอนว่า.. ชีวิตที่เป็นสุข อีก 20 หรือ 3๐ ปี

จะเป็นของคุณแน่นอน เหนือสิ่งอื่นใด… คุณต้องรู้จักบ่มเพาะและเก็บเกี่ยวความสุขดีๆ

จากกาຣได้อยู่ ได้เที่ยว ได้คุยกับเพื่อนๆ เพราะเขาเหล่านี้จะช่วยให้คุณ รู้สึกเยาว์วัย

และมีความหมายอยู่เสมอ ขาดพวกเขาเมื่อใด… คุณจะต้องรู้สึกสูญเสียอย่างแน่นอนครับ…

อ่านแล้วเห็น “เฉลียงชีวิต” ในวัยชรากันบ้างมั้ย? ก็ต้องขอบคุณทั้งเจ้าของความคิด

ผู้เผยแพ ຣ่ และทั้งผู้ส่งให้ผมอ่าน ก็อยากบอกว่า…อายุเราเลือกไม่ได้ก็จริง แต่ชีวิตแต่ละช่วงชีวิต เราเลือกได้…

 

ขอบคุณแหล่งที่มา ปริญญาชีวิต