วันที่แม่ยอมสละ ทิ้งทุกอย่างเพื่อลูก… (อยากให้ลูกๆ ได้อ่าน )

ทุกคนบนโลกใบนี้เกิดมาย่อมมีผู้ให้กำเนิด

นั่นก็คือ “แม่” จะเชื้อชาติใด  ภาษาอะไร

ศาสนาไหน  จะร่ำรวยหรือยากดีมีจน

คำว่า “แม่” “เป็นคำแรกที่ลูกทุกคนเปล่ง

ออกมายามที่เริ่มหัดพูด  และเป็นคำแรก

ที่คนเป็นแม่รอคอยที่อยากได้ยินเช่นเดียวกัน”

ในช่วงชีวิตของแม่ แม่เริ่มออกเดินทางตอนนั้น

แม่ก็เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผ่านคืนวันมีความฝัน

มากมายเป็นของตัวเองที่ใฝ่ฝันไว้เหมือนกับเรา

แม่เดินทางมาเจอความรักในแบบต่างๆ จนมีชีวิต

คู่ที่หวังไว้ และจะสร้างเป็นครอบครัวที่อบอุ่น

จนวันที่ดีใจที่สุดก็มาถึง คือวันที่ได้รู้ว่า…

ในครรภ์ ของแม่มีเราอยู่ในนั้น มีหัวใจอีกดวง

เต้นอยู่  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเวลากว่า 9 เดือน

ที่ต้องคอยแบก และถะนุถนอมน้ำหนักกว่า 10 โล

แม่เริ่มใช้ชีวิตอย่างรอบคอบมากที่สุดขึ้น

เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ อยากกินอะไร

ก็ใช่ จะกินได้ทุกอย่าง เพราะกลัวว่าลูกในท้อง

ของแม่ จะ เ ป็น อั นต ร า ย และในที่สุด

วันที่แม่เจ็ บป วดและมีความสุขที่สุด

มันก็ได้มาถึงในเวลาเดียวกัน

วันแรก…ที่แม่ได้เห็นหน้าลูก

“แม่ก็เจ็ บ ปวด แต่..เต็มไปด้วย ความสุข”

ชีวิตส่วนตัวของแม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป

แล้วความฝัน อาจถูกพักไปบ้าง แต่แม่ก็เต็มใจ

ข้าวของเครื่องใช้ลดลง เหลือเท่าที่จำเป็น

รูปร่าง หน้าตาของผู้หญิงคนนึง ไม่สำคัญ

เท่าลูก ของแม่อีกแล้วล่ะ…

“เรื่องอื่น ๆ ของแม่พักไว้ ก่อนเถอะ”

อนาคตของตัวเอง ที่แม่เคยคิดถึง เวลานี้

ถูกแทนที่ด้วยอนาคตของลูกเรา ว่าจะเป็น

ยังไง จะอยู่ยังไง จะปลอดภัยดีไหม…

เราจะเป็นเด็กดี หรือเปล่า จะกินอิ่มไหม

ลูกเราจะได้น้อยกว่าลูกคนอื่นมั้ย…

แม่พย าย าม ทุกอย่างให้เรา ได้รับสิ่งที่ดี

จากแม่ ให้ลูกของแม่ได้เติบโตเจริญรอยตาม

แม่ ในทางที่ดี พอเราเริ่มเติบโตขึ้น

แม่เริ่มพบ กับความห่างเหิน ของลูกที่เคย

ตัวเล็ก แม่ไม่ได้เป็นเพื่อนเล่น ที่เราเคย

สนุกด้วยเหมือนก่อน แม่เห็นใบหน้าที่เรา

หงุดหงิดใส่ขณะเดียวกัน ก็เห็นรอยยิ้ม

ที่แม่เคยได้รับ แต่ผู้รับ กลายเป็นเพื่อน

ของเราไปแล้ว

“น้อยใจ…แต่ทำอะไรไม่ได้หรอก”

วันที่แม่โล่งใจอย่างที่สุด เป็นวันที่เราเรียนจบ

แม่ยอมทำทุกอย่างมามากมาย เพื่อให้ลูก

มีได้เรียนสูงๆ มีการศึกษาที่ดี กว่าจะได้

ปริญญามา แม่คิดว่าหมดห่วงแล้ว

ขณะที่แม่ มองดูเราถ่ายรูปสนุกสนาน

กับเพื่อนบัณฑิต นัตย์ตาที่ห่วงใย รอยยิ้มมุมปาก

ที่ยิ้มออกมาจากใจ โดยไม่รู้ตัว ในใจก็พลางนึก

รู้อยู่แล้วว่า วันนี้ต้องมาถึง บอกกับตัวเองว่า…

แม่คิดผิ ดแล้ว ลูกจะได้งานที่ดีมั้ย ลูกจะมีแฟน

ที่รักลูกเหมือนที่แม่รัก หรือ เปล่านะ

เขาจะดูแลลูกอย่างที่แม่ดูแลเขา หรือเปล่า..

เมื่อแม่… ไม่อยู่แล้วลูกจะอยู่อย่างไร

“โตแค่ไหน… แม่ ก็ยังเห็นภาพเด็กตัวน้อย ๆ

ของแม่ เช่นเคย”

ลูกของแม่ค่อยๆออกเดินทางในชีวิตของตน

เรามีครอบครัว มีลูกมีบทบาทเพิ่มขึ้น

จนบทบาทการเป็นลูก ของแม่น้อยลง กว่าเดิม

ถึงเวลาแล้ว ที่แม่ต้องปล่อยวาง ลูกมีชีวิตเป็น

ของลูกแล้ว แต่แม่ไม่เคยวางได้เลย แม่ยังรัก…

และห่วงลูกของแม่อยู่เสมอ “อย่ าลืมแม่นะลูก”

แม่แก่ตัวลงพร้อมกับ นับถอยหลังการจากลา

เป็นการเดินทางช่วงสุดท้ายที่ต้องเจอ

ความเสื่อมถอย สองแขนที่อุ้มลูกมา หลายปี

ยกอะไร มากไม่ได้อย่าง เมื่อก่อน

สองขาที่เคยพาลูกไปนั่น นี่ต้องใช้ไม้เท้าพยุง

วาจา ที่เคยเป็นกล่อมลูก เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง

หัวใจที่เคยสู้ฝ่าฟั น ปัญหาให้ลูกบีบตัวน้อยลง

“แม่เหมือนก้อนน้ำแข็งที่วางตั้ง อยู่กลางแดด”

ในระหว่างที่เราเดินทางในชีวิตของเรานั้น

จงหันไปมองหน้าแม่ ของเราให้เต็มตา

มองเข้าไปให้เห็นถึงการเดินทาง

ที่ท่าน..ได้ผ่านมา วันนี้แม่เดินทางมาไกลมากแล้ว

ขอแค่อย่ าลืมการเดินทาง ที่ผ่านมาของแม่นี้

เป็นการเดินทางของความรัก ที่วิเศษสุดแล้ว

คนเป็นลูก อย่าลืมเดินทางย้อนกลับ เส้นทางเดิม

ของแม่นี้ เพื่อไประลึกความหลัง ไปเติมเต็มสิ่งที่

ตกล้นมาระหว่างทาง ให้ท่านบ้างนะ