(เขียนไว้ได้ดีมาก) กว่าจะเข้าใจถึงชีวิต…ก็ผ่านมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว

ตอนเด็กๆ เรียนประถมถึงมัธยม ผมเข้าใจมาตลอดว่า..คนที่เรียนดีได้คะแนนสูง

ได้อันดับการเรียนที่ดีๆ สอบติดมหาวิทย า ลั ยดีๆ เรียนจบด๊อดเตอร์ มีใบปริญญาหลายๆใบ

นั้นคือ “คือคนเก่ง” พอผมโตขึ้นมาหน่อย.. ผมเข้าใจว่า คนที่มีงานทำ เก่งรอบด้าน

ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาw ผลลัwธ์ขั้นเทพ รายได้สูงๆ เป็นคนที่รู้จักของคนทั่วไป

หรืออยู่ในสังคมที่คนนับหน้าถือตา. “นั้นคือคนเก่ง”  มาวันนี้.. ผมพึ่งเข้าใจว่า..

ผมคิดผิ ด มาตลอด คนเก่งที่แท้ริง คือ..คนที่ทำงานที่ตัวเองรัก ตัวเองชอบ

ได้อย่างยอดเยี่ยม หรืออาชีwอะไรก็ได้..ทำได้อย่างมีประสิทธิภาw

และถึงเวลากินก็ได้กิน.. ถึงเวลานอนก็ได้นอน..มีเวลาว่าง ก็บอกไปเที่ยวดูโลกภายนอก

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มีเวลาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพตัวเราเองให้แข็งแรง

มีเวลาให้กับครอบครัว มีเวลาให้กับคนที่เรารัก และคนที่รักเรา และที่สำคัญ..

มีเวลาให้กับตัวเราเอง…คนที่สมดุลทุก ๆ เรื่อง.. ในแบบฉบั บของตัวเอง..

และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนั้นแหละ “คือคนเก่งที่แท้จริง” ที่ผมได้สัมผัสมา

สุดท้ายอยากบอกไว้ว่า “คนเก่ง” จงช่วยหลือผู้อื่นอยู่เสมอ..รู้จักแบ่งปันคนรอบข้าง

10 ข้อคิดเตือนใจ ไม่ได้เตือนใคร เก็บไว้เตือนตัวเอง

1. อย่ าอิจฉาใคร เพราะบินสูงแค่ไหน พอถึงเวลาเราก็ร่ วงกันทุกคน

2. หัดมีความสุข กับตัวเองได้แล้ว เพราะ..ไม่มีใครที่จะอยู่กับเราไปตลอด

3. ฝึกอภัย และปล่อยวาง กับความเจ็ บ ป วด ไปทีละนิดเพื่อเพิ่มเวลาความสุขของเราให้มากขึ้น

4. ฝึกเข้าใจกับคำติ-ชม คำติก็ให้เฉย ๆ นำมาปรับปรุงบ้าง คำชมก็ให้ปล่อยวาง

“ติเพื่อก่อก็เก็บมาพัฒนา”

“ติเพื่อทำล า ยก็อย่าเอามาใส่ใจ”

5. ฝึกการเป็นผู้ให้ แบบไม่คาดหวังจะได้กลับ เพราะมันคือการสร้างคุณค่า ของการได้เกิดมา

6. อย่ าทำล า ยความหวังใคร เพราะมันอาจเป็นความหวังสุดท้าย ที่เขาเหลืออยู่

7. ฝึกการพอใจไขว่คว้าแต่พอตัว อะไรเกินกำลังก็ปล่อยไป มีแค่ไหน ก็พอใจแค่นั้น

8. อย่ า ก ลั วใครไม่รัก แต่จงเริ่มจากการรักตัวเองก่อนเพราะเสน่ห์ของการรู้จักรักตัวเอง

จะกระจายสู่คนรอบข้าง ทำให้คนรอบข้างพลอยมีความสุขไปกับเราด้วย

9. ทุกวันคือการเปลี่ยนแปลงเสมออย่ า ยึ ด ติ ดกับอะไรเดิม ๆซ้ำๆ

แม้ผม ขน ฟั น เรายังร่ วง ตามกาลเวลา จงเข้าใจและ หัดมีความสุขกับปัจจุบันได้แล้ว…

10. อย่าให้ใจวิ่งไปในอดีต จมกับเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมาแล้ว หรือวิ่งไปในอนาคต

จนจมอยู่กับความกังวล ที่ยังมาไม่ถึง และยังไม่เกิดขึ้น และ อาจจะไม่เกิดด้วยซ้ำ