ทำงานมาหลายปี ทำไม..ไม่มีเงินเก็บ แก้อย่างไรดี

เป็นปัญหาโ ล ก แ ต ก สำหรับมนุษย์วัยทำงานหลาย ๆ คน เพราะทำงานมาหลายปีแล้ว

ยังไม่มีเงินเหลือเก็บสักที เนื่องจากบางคนก็ยังไม่สามารถยอมรับความจริง

หรือไม่รู้จริง ๆ ว่าเงินของตัวเองหายไปไหนหมด ไม่ว่าจะเงินเดือนมากหรือน้อยก็ตาม

ลองพิจารณาดูกันว่าข้อใดคือสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้คุณไม่มีเงินเก็บกันบ้ า ง

1. ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

เป็นประเด็นแรก ๆ ที่ควรพูดถึง และคนส่วนมากก็มักจะนึกไม่ถึงว่า สิ่งของที่ตัวเองจับจ่าย

ซื้ อเข้าบ้ า นอยู่ทุกวันนี้ เป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย อันดับแรกที่ควรทำ

เมื่อมีความต้องการซื้ อ ของชนิดหนึ่งเลยก็คือ พิจารณาก่อนว่า สิ่งของเหล่านี้

มีความจำเป็น กับชีวิตคุณมากน้อยแค่ไหน หรือไม่ ถ้ามี มีความจำเป็นอย่ างไร

สามารถหาอย่ างอื่นทดแทนได้หรือไม่ ? หรือที่บ้ า นมีของประเภทนี้อยู่แล้วหรือไม่

คำถามจะช่วยให้คุณมีสติในการเลือกซื้ อ สินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น

ของฟุ่มเฟือยส่วนใหญ่ที่มักจะนิยมซื้ อ กันก็คือ เครื่องสำอาง เสื้ อผ้า วิดีโอเกม แต่งรถ

อ า ห า ร เสริม และย ๅลดน้ำ ห นั ก รวมไปถึง การรับประทานอ า ห า ร นอกบ้ า นเป็นประจำ

2. มีหนี้สิน

ปัญหาใหญ่ไม่แพ้กันของการไม่มีเงินเก็บ ก็คือเรื่องของการมีหนี้สิน

ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่ อ น บ้ า น หนี้ผ่ อ น รถ หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้สินเชื่อ ฯ

ทั้งหมดนี้ก็นับเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องชำระเป็นประจำทุกเดือน

สำหรับบางคน แค่ใช้หนี้สิ่งเหล่านี้ รวมกับจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ก็เหลือเงินไม่ถึง 50%

ของรายได้ทั้งหมดแล้ว ยิ่งถ้าหากใช้ฟุ่มเฟือยก็ยิ่งแล้วใหญ่

นอกจากจะไม่มีเงินเก็บ ยังมีความเ สี่ ย ง ที่จะเป็นหนี้เยอะกว่าเดิมด้วย

3. รายได้น้อยเกินไป

ข้อนี้ออกจะน่าเห็นใจระดับหนึ่ง บางคนทำงานเพียงคนเดียว

แต่ต้องเลี้ยงครอบครัวอีก 1-2 ชีวิต ยิ่งถ้าหากมีลูกที่อยู่ในวัยต้องเข้าโรงเรียน

ก็ยิ่งต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แบบเท่าตัว แต่จะให้ลาออกไปหางานใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

จำทน ต้องทำงานเงินเดือนน้อยต่อไป แล้วไปเน้นในเรื่องของการประหยัดแบบสุด ๆ แทน

อย่ างไรก็ตามก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออกเสมอไป เพราะการที่คุณมีรายได้น้อยเกิน

ก็ยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยการทำอาชีพเสริมนั่นเอง

4. ล ง ทุ น หนัก

เข้าใจว่าบางคนก็อย ากมีเงินเก็บออม หรืออย ากมีเงินท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดย าว ๆ

ได้เงินมาเท่าไรก็เก็บหมด เก็บจนกระทบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในแต่ละเดือน

เมื่อขาดสภาพคล่อง ก็ต้องไปหยิบยืมเงินที่เก็บออมมา และสุดท้ายก็เอามาใช้จนหมด

เพราะไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ ถือว่าไหน ๆ ก็ใช้ไปแล้ว ค่อยหาเอาใหม่แล้วกัน

ยิ่งถ้าบางคนเอาไปล ง ทุ น ก่อน ก็มีโอกาสที่จะขาดทุน (ด อ ก เ บี้ ย) ได้สูง

 

วิธีแก้ไขพฤติกรรมการใช้เงินดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้มีเงินเก็บที่มากกว่าเดิม

“ในกรณีที่มีหนี้สินล้นตัว” ให้ดูว่าหนี้ก้อนไหนมีจำนวนน้อยที่สุด

หรือนี้ก้อนไหนมีจำนวนด อ ก เ บี้ ยมากที่สุด เพื่อที่จะได้ปิดหนี้ก้อนนั้นไปก่อน

“กรณีชอบซื้ อ ของฟุ่มเฟือย” ให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายออกมาในแต่ละเดือน

ว่าเงินที่หายไปหมด ไปกับค่าอะไรบ้ า ง แล้วทำบัญชีแยกออกมา จะเห็นเงินจำนวนนี้ได้อย่ างชัดเจน

“กรณีมีรายได้น้อย” หากมีรายได้น้อยไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย

ก็ควรหาอาชีพเสริม ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน หรือให้คนในครอบครัวเป็นคนช่วย

เช่น การขายของกินตามตลาดนัด กรณีล ง ทุ น หนัก ควรเก็บออมเงินแต่พอดี

ประมาณ 10-20% ของรายได้หลักในแต่ละเดือนก็เพียงพอแล้ว

ถ้ารู้ตัวว่า เป็นคนใช้เงินเก่ง และยับยั้งชั่งใจ ไม่ค่อยได้ ก็ให้ฝากไว้ในธนาคารใดก็ได้

เปิดบัญชีออมทรัพย์แบบธรรมดา เพื่อไม่ให้เกิ ดการเสี ยโอกาสในการได้ด อ ก เ บี้ ย

ขอบคุณ : m o n e y h u b