สั จ ธ ร ร ม ชีวิต…ข้อคิดดีๆ จากใบโพธิ์ที่ปลิดปลิว..

สั จธ ร ร มชีวิ ตให้คิดถึงตอนหมดล มห า ยใจ…จากใบโพธิ์ที่ปลิดปลิว

ตอนเด็ก ๆ บ้านของผมอยู่ใกล้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ใต้ต้นโพธิ์เป็นที่ตั้งของศ าลขนาดย่อม

ศ าลแห่งนี้เป็นที่เคารพ สักก า ร ะ ของคนในชุมชนละแวกนี้อย่างมาก

จึงมีผู้คนแวะเวียนมาสักกา ร ะไม่ขาดสาย เสียงเขย่ าเซียมซีที่ดังอยู่เกือบตลอดวัน

และกลิ่นควันธูปที่ลอยโขมงไปทั่ว รบกวนชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ต้นโพธิ์ไม่น้อย

แต่ไม่มีใครกล้าโว ยว าย เพราะต่างก็ทราบแก่ใจดีว่า ใครขื นโ ว ย ว าย

อาจถึงขั้นถูก “อั ป เปหิ” หรือขับไ ล่ ออกนอกพื้นที่อย่างแน่นอน ยิ่งนานวัน

เสียงบ่นกระปอดกระแปด ยิ่งเริ่มดัง สอดประสานกับกลิ่นควันและเสียง

ที่ยิ่งเพิ่มขึ้นในสภาวการณ์เช่นนี้  คนอื่นอาจอยู่ยาก แต่น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกเฉย ๆ

ส่วนเรื่องที่ไม่มีใครบ่นถึงเลย ผมกลับรู้สึกห งุ ดห งิ ด  นั่นคือ ใบโพธิ์ที่ร่วงลงมา

เกลื่อนพื้นทุกวัน ที่ห งุ ดห งิ ดเพราะต้องคอยปัดกวาดอยู่ตลอด

มิฉะนั้นใบโพธิ์อาจท่วมมิดบ้าน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 – 3 วัน

“ใบโพธิ์ที่ร่วงลงมานั้นส่วนใหญ่จะเป็นสีน้ำตาล”

“ใบโพธิ์ที่ร่วงรองลงมาเป็นสีเหลือง”

“ใบโพธิ์ที่ร่วงลงมาน้อยที่สุด คือ สีเขียว”

การที่ต้องสู้รบปรบมือกับใบโพธิ์อยู่ทุกเมื่อ เชื่อวัน ทำให้จิตของผมจดจ่ออยู่

กับใบโพธิ์โดยไม่รู้ตัว และเริ่มมองเห็นบางสิ่งในนั้น ใบโพธิ์สีน้ำตาลนำมาใช้

ประโยชน์ไม่ได้ ต้องกวาดทิ้งทั้งหมด ส่วนใบสีเหลืองกับใบสีเขียว

ถ้าเราคัดใบที่สมบูรณ์มาทับไว้ในหนังสือ พอแห้งนำไปเคลือบพลาสติกสักหน่อย

เอาไว้คั่นหนังสือก็ได้ หรือจะทำเป็นของที่ระลึกแจกเพื่อน ๆ ก็ได้

หรือถ้าจะให้วิจิตรกว่านั้น ต้องแช่น้ำทิ้งไว้สักคืน แล้วค่อย ๆ รูดเอาเปลือกของใบออก

จนเหลือแต่เส้นใยบาง ๆ จะดูงามตาไปอีกแบบ จากนั้นผมเลยกลายเป็นนักสะสมใบโพธิ์

ความหงุดหงิดที่ต้องคอยปัดกวาดกลายเป็นการเฝ้ารอ รอว่าเมื่อไรใบโพธิ์ร่วงลงมาสักที

ครั้นพอเห็นใบโพธิ์ร่วงลงมา ก็ต้องรีบถลาเข้าไปดูว่าใบสมบูรณ์สวยงามหรือไม่?

วันหนึ่ง ขณะแหงนขึ้นไปมองต้นโพธิ์อย่างพิ นิจ พิเคราะห์ ความคิดบางอย่าง

ก็แล่นเข้ามา ชีวิตคนไม่ต่างกับใบโพธิ์ที่ถูกปลิดจากต้นร่วงลงสู่พื้น

“ใบโพธิ์สีน้ำตาล”เปรียบได้กับคนสูงวัย เหมือนไม้ใกล้ฝั่งพร้อมที่จะดั บ สู ญได้ทุกเมื่อ

“ใบโพธิ์สีเหลือง”เปรียบได้กับคนที่เจ็ บ ป่ ว ยด้วยโรคร้ายมีความต า ยคอยวนเวียนอยู่ไม่ห่าง

“ใบโพธิ์สีเขียว”เปรียบได้กับคนหนุ่มสาวที่ประสบอุบั ติ เ หตุ สิ้ น ชี วิ ต ก่อนวัยอันควร

ความคิดต่อยอดขึ้นไปอีกว่า คนเรานั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาใดของชี วิ ต

ควา มต า ย ก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังเช่นใบโพธิ์ที่พร้อมจะร่วงลงสู่พื้นได้

แม้ในขณะที่ใบยังเป็นสีเขียวดูเข้มแข็งอยู่ก็ตาม อันที่จริงเพียงหายใจเข้า

แล้วไม่หายใจออก หายใจออกแล้วไม่หายใจเข้า ความต า ย ก็มาเยือนแล้ว

เหล่านี้น่าจะเป็นการย้ำเ ตื อ นว่า โลกหน้าอยู่ไม่ห่างจากเราเลย

ขอท่านจงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประม า ท ระลึกถึงลมหายใจอยู่เนือง ๆ

อย่าคิดว่า ร่างกายของเรายังแข็งแรง สิ่งไม่ค าดคิดยังอยู่อีกไกล

เพราะนั่นจะถือว่า ท่านเป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในความปร ะมา ท พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า

“สิ่งทั้งปวงมีความเ สื่ อ มและสิ้นไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประม า ทเถิด”

 

ที่มา นิตยสาร Secret เรื่อง วรบรรณ ทองวัชระ