ใช้ชีวิตอยู่แบบคนจนๆ แล้วจะรวย… อยู่อย่างคนรวย เราจะจน (เขียนไว้เตือนสติดีมาก)

“ใช้ชีวิตแบบคนจนแล้วคุณจะไม่มีวันจน” เป็นคำพูดที่คนสมัยก่อน มักใช้สอนลูกหลาน

คนสมัยก่อน จะประหยัด อาจจะเพราะเคยผ่านความลำบากมาก่อน  แต่ที่จริง! ก็ไม่น่าจะแบ่ง

ว่าเป็นคนสมัยก่อน หรือสมัยนี้ เพราะเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลมากกว่า ผู้เขียนเชื่อว่า…

คนยุคใหม่เอง ก็มีไม่น้อย ที่รู้จักใช้เ งิน แบ่งเ งินเก็บออมไม่จำเป็นว่ามีมากต้องใช้มาก เพียงแต่

ด้วยความที่โลกเรา อยู่ในยุคของทุนนิยมที่เน้น เรื่องของการบริโภคนิยม เป็นที่ตั้ง ผู้คนเชื่อว่า

ความสุขจะเกิดขึ้นได้ จากการใช้เงิ น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน หรือเที่ยวก็เลยจัดกันเต็ม ไม่มีแล้ว

สำหรับคำว่าลำบากก่อนสบายทีหลัง เพราะต้องการสบายตั้งแต่วันนี้เลย ผู้คนในยุคนี้ มีแนวโน้ม

ที่จะใช้จ่ายเงิ น เพื่อซื้อความสุข มากกว่าคนในอดีต… นี่เป็นความจริง ที่ทุกคนรู้ดี เพียงแต่บางครั้ง

เราต้องเหมือนหยุดคิด หรือมีเบรกตัวเองไว้บ้าง การไปอ่า นเจอประโยค ที่เป็นข้อคิด หรือคติ

ทำให้เราหยุดหันมาทบทวน พฤติกร รมของตัวเองว่า มีอะไรที่มาก หรือน้อยเกินไป

แล้วก็ปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความสมดุลมากขึ้น เหมือนอย่างที่ชาวพุทธยึดเรื่องการเดินทางสายกลาง

น่าจะเป็นความสุขที่แท้จริงมากกว่า “บางคนที่ยังเรียกตัวเองว่า ไม่มีหรือจนอาจจะเถียงว่า..”

ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบจน ก็ถูกบังคับให้ต้องมีชีวิตแบบจนๆอยู่แล้วล่ะ ถ้าความคิดเริ่มต้นของคุณเป็นแบบนี้

แสดงว่าคุณไม่รู้ถึงความหมายเบื้องลึกเบื้องหลังของข้อความนี้ นำไปคิดและประยุกต์ใช้

ให้เหมาะสมกับชีวิตมีบางคนบอกว่า เห็นคนเก็บขยะ เขากินอาหารถูกๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ

เขาก็ยังคงจนอยู่ ส่วนเจ้าของร้านทอง กินอาหารในภัตตาคาร ใส่เสื้อผ้าหรู

ราคาแพงก็เห็นเขาก็ยังรวยอยู่ ถ้าคุณคิดแบบนี้ ก็แสดงว่าข้อความนี้ คงไม่มีประโยชน์อะไร

ที่คุณจะเอาไปคิดต่อได้ ชีวิตคนเราจะแตกต่างกัน ก็อยู่ที่ทัศนคติในการมองชีวิตที่แตกต่างนี้แหล่ะค่ะ

การเปิดกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีทัศนคติในเชิงบวกเท่านั้นที่จะ

ทำให้เราก้าวข้ามกำแพงที่มีอยู่ในใจของตัวเราเองได้ “ใช้ชีวิตแบบจนแล้วคุณจะไม่มีวันจน”

การใช้ชีวิตแบบคนจน ไม่ได้หมายถึง ให้เราต้องไปตกระกำลำบาก กินอาหารราคาถูก

ใส่เสื้อผ้าเก่าๆขาดๆ แต่หมายถึงเราต้องรู้จักเลือกกินเลือกใช้ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่กินทิ้งกินขว้าง

หรือมีข้าวของมากมาย เกินความจำเป็นยกตัวอย่างง่ายๆเด็กที่จนเขาไม่มีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว

จานอาหารที่วางตรงหน้าก็คือ สิ่งที่เขาต้องทาน แต่เด็กสมัยใหม่บางคน สั่งอาหารมาทานไม่หมด

ถึงเวลาก็จะอ้อนสั่งอย่างอื่นใหม่ หากอย ากสอนลูกด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็คือต้องทานให้หมดเท่านั้น

ถึงจะสั่งใหม่ได้ เราต้องรับผิดชอบ กับอาหารที่เราสั่งมา เด็กยุคใหม่หลายคน ที่นั่งกินข้าว

ร้านอาหารตามสั่ง ไม่ได้มีเยอะมากค่ะ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ก็เหมือนกันมีเท่าที่จำเป็นก็พอ

แต่บางคนกลับมีรองเท้าตั้งหลายสิบคู่ ในคราวเดียวกันมันดูจะเยอะเกินไป การอยู่ในสังคมบางครั้ง

เราก็จำเป็นต้องเห็นเพื่อนร่วมงาน คือ คนร่วมสังคมที่มีฐานะแตกต่างกัน เขาใช้ของแบรนด์เนมราคาแพง

เราไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าหาของเหล่านี้ มาเป็นเจ้าของให้ลำบาก เลือกที่จะเป็น และใช้ชีวิตในแบบ

ของตัวเองที่เหมาะสมกับฐานะ และรายได้ของเรา ไม่สร้างหนี้ แล้วเราก็จะไม่มีวันจนจริงๆ ค่ะ

ถึงเราจะไม่ได้มีมาก เท่าคนอื่น แต่มั่นใจได้เลยว่า เราจะไม่จนแน่ๆ การใช้ชีวิตแบบพอเพียง

หรือในความหมาย แบบจนๆนี่แหละ ที่จะบ่มเพาะกลายเป็นนิสัยที่ติดตัวของเราไป

เราจะไม่รู้สึกว่า ขาดอะไร แต่เมื่อไหร่ที่เราได้อะไรมาเพิ่ม มันจะเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ

ตรงกันข้าม ถ้าเราใช้ชีวิตเกินๆอยู่ตลอด ถึงเวลาที่เราต้องขาด มันจะเป็นความรู้สึกที่ดีได้อย่างไร

เปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าเรากินอาหารในห้างทุกมื้อ กับเลือกกิน 2-3 มื้อต่อสัปดาห์

มื้อไหนที่จะสร้างความสุข และความประทับใจ ให้เราได้มากกว่ากันแถมเงิ น ยังเหลือติดกระเป๋า

มากกว่าอีกด้วย ไม่จนกรอบก่อนสิ้นเดือนแน่ ถ้า

วางแผนให้ดีๆนี่เป็นตัวอย่างง่ายๆ “ใครไม่เคยจนมาก่อน ก็คงย าก ที่จะรู้ว่า..

ความจนมันน่ากลัวขนาดไหน” และนี่เอง ที่เป็นที่มาของสิ่งที่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่ า ต า ย าย เรา

พย าย ามสอนอยู่เสมอ แม้ว่าปัจจุบันหลายคนจะต่อสู้จนกลายมาเป็นคนร่ำรวยได้แล้วก็ตาม

ให้ลูกหลานรู้จักประหยัดไม่ฟุ่มเฟือยเป็นพื้นฐานไว้ก่อน จากนั้นที่สำคัญคือ ต้องรู้จักคิด

เพื่อต่อยอดสร้างความก้าวหน้าขึ้นไปให้ได้ ถ้าเรารู้จักใช้ชีวิตแบบ “คนจน”

ในความหมายที่ว่า..คือให้ใช้จ่ายน้อยกว่า ที่หามาได้ “แบบนี้ไม่มีวันจน”

แน่ๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่ใช้เ งินมากเกินกว่าที่หามาได้ เรียกว่าใช้เงิ น แบบคนรวยทั้งที่ไม่ใช่คนรวย

คุณก็จะ “อยู่แบบจนๆ” แบบนี้และไม่มีวันเป็นคนรวยกับเขาได้ แม้ว่าเราจะเป็นคนยุคใหม่

ที่หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องของบริโภคนิยม แต่อย่างไรก็ขอให้มีสติรู้เท่าทันโลกที่หมุนเวียน

เปลี่ยนไปรู้ว่าตัวเราเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้ว่า เราอยู่ในฐานะไหน รู้ว่า..

การใช้จ่ายของเรา มากหรือน้อยเกินจำเป็น ให้สิ่งนี้เป็นพื้นฐาน ที่ติดตัวเราไป ไม่ว่าจะที่ไหนๆ

ในทุกๆ วัน เชื่อสิคะ! ว่าคุณจะไม่มีวันจนค่ะ

 

ขอขอบคุณ moneyhub