นี่คือ 6 วิธีปฏิเสธ แบบคนฉลาด เมื่อถูกขอยืมเงิน ทำแบบนี้จะไม่ เ สี ย เพื่อน

1. ไม่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินของตัวเอง

ถ้าต้องการลดแรงกดดัน หรือโอกาสที่คนยืมเงินจะแวะมาเยี่ยมเยียนเรา การไม่เที่ยวบอกใครว่า

ได้เงินเดือนเท่าไหร่ มีเงินเก็บที่ไหนบ้างมีทรัพย์สิน หนี้สินเท่าไหร่ คือสิ่งที่เราควรทำอย่างเคร่งครัด

ถ้ามีใครมาถามเรื่องเงิน อาจจะพูดแบบกลางๆ ว่า “ก็พออยู่ได้” หรือ “พอมีพอกิน”อย่าบอกตัวเลขโต้งๆ

ว่า “ฉันมีเงินสำรองฉุกเฉินในบัญชีสามล้านบาท” เพราะมันจะกลายเป็นสัญญาทางสังคมรอบตัวเรา

ทันทีว่าเงินฉุกเฉินนี้ อาจหมายถึง มีพอให้คนอื่นขอยืมตอนฉุกเฉินก็เป็นได้ ก่อนจากกัน จำไว้อย่างหนึ่ง

ว่า เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวหรือไกลตัวดังนั้น ถ้าไม่อยากเจอเคสโดนยืมเงิน

ไม่คืน ก็อย่าด่วนปากเร็ว ตัดสินใจเร็ว และเราต้องเก็บหลักฐานทุกครั้ง ตอนให้คนอื่นยืมเงิน

ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม

2. แสดงออกชัดเจน ว่าเราไม่ให้ยืม

วิธีรับมือคนขอยืมเงิน วิธีแรก บอกให้ชัดเจนไปเลยว่า เราไม่ให้ใครยืมเงินทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน

หรือญาติพี่น้องเมื่อเราชัดเจนว่าไม่ให้ใครยืมเงินตั้งแต่แรก มันก็ง่ายที่จะปฏิเสธ โดยไม่จำเป็นต้อง

มีข้ออ้าง หรือเหตุผลอะไรอีกวิธีนี้เหมาะกับคนที่มีวินัย ในการใช้ชีวิตระดับหนึ่งนะคะ คือ พึ่งพาตัว

เองเป็น รู้จักดูแลตัวเองเพราะถ้าเราไม่ให้ใครยืม เราก็ไม่ควรจะไปยืมเงิน หรือไหว้วานคนอื่นเช่นกันค่ะ

3. พูดตรงๆ และสั้นๆ

ตอนปฏิเสธคนที่มายืมเงิน ไม่ต้องอธิบายสถานะทางการเงินของเรา เช่น ตอนนี้ฉันมีแพลนใช้เงิน

เรียนต่อ ป.โท ด้านบริหารธุรกิจฉันจะเอาเงินไปศัลยกรรมที่เกาหลี ฯลฯ ไม่ให้ก็คือไม่ให้ คนยืมเขา

อยากได้แค่เงิน ไม่ได้ต้องการคำอธิบายอะไรทั้งนั้นและเป็นสิทธิ์ของเราด้วยที่จะไม่พูด แต่ถ้ากลัว

ว่าบทสนทนาจะตัดรอนกันเกินไป ลองปฏิเสธอย่างสุภาพแบบนี้ดูค่ะ“ฉันมีเงินแทบไม่พอใช้เลยช่วงนี้

” หรือ “ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันก็ยืมคนอื่นอยู่เหมือนกัน” ประโยคเหล่านี้ตรงไปตรงมาแต่ไม่หยาบ

ไม่ห้วน ไม่ตัดรอนจนเกินไป และช่วยปิดช่องไม่ให้คนอื่นมาขอยืมเงินอีกในอนาคต ให้จำไว้เสมอว่า

มันเป็นเงินของเรา เราไม่จำเป็นต้องอธิบายสถานะ หรือวิธีการใช้เงินของเรากับใคร

โดยเฉพาะคนที่จะยืมเงินเรา

4. ขอเวลาตัดสินใจ

บางกรณีก็ยากจริงๆ ที่จะพูดว่า ให้ยืมเงินไม่ได้ เช่น เพื่อนสนิท ญาติ หรือคนในครอบครัว ที่ต้อง

เจอหน้ากันทุกวันถ้ารู้สึกถูกต้อนให้จนมุม ลองขอเวลาคนยืมเงินว่า “ขอฉันคิดดูก่อนนะ การยืมเงิน

เป็นเรื่องใหญ่ค่ะ”พวกเขาเองก็รู้ดี ไม่งั้นคงไม่บากหน้ามาขอยืมเงิน ถ้าคนมีมารยาทจริงๆ จะเข้าใจว่า

คนถูกยืมมีสิทธิ์คิดได้ว่าจะให้ยืมเงินดีหรือไม่ และเมื่อเราพูดว่า “ขอคิดดูก่อน” นั่นหมายถึง การเปิดโอกาส

การให้ความหวังคนที่มายืมนะคะดังนั้น ต้องบอกพวกเขาด้วยว่า ขอเวลานานแค่ไหน แล้วกลับไปคิด

ให้รอบคอบว่า เรามีเงินพอจะให้ยืมหรือไม่ให้เวลายืมได้นานแค่ไหน แล้วถ้าเขายืมเงินไม่คืน

จะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์แค่ไหนด้วย

5. เสนอความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น

นอกจากพูดว่า “ไม่” เราสามารถช่วยเหลือ คนที่มายืมเงินในรูปแบบอื่นได้ เช่น ถ้าพวกเขาไม่มีเงิน

เพราะไม่มีงานทำ เราก็ช่วยหางานให้พวกเขาทำหรือจะทำอาหารเผื่อพวกเขา เพื่อช่วยประหยัดเงินค่าอาหาร

ไม่ก็ลองช่วยพวกเขา หาวิธีกู้เงินทางอื่นแทน เช่น กู้เงินธนาคาร เป็นต้นแต่ส่วนใหญ่แล้ว

คนที่มาขอยืมเงินเรา ถ้าไม่ได้เงิน พวกเขาอาจไม่ต้องการวิธี หรือความช่วยเหลือแบบอื่น

เราควรดูท่าทีของพวกเขาก่อนจะให้คำแนะนำด้วย

6. ให้ยืมแบบไม่หวังได้คืน

ถ้าจนแล้วจนรอด ยังไงก็รู้สึกว่า คนนี้เราต้องช่วยจริงๆ ไม่ให้ไม่ได้จริงๆ ลองหาเหตุผลการให้

แบบที่เราคิดเสียว่า ให้เงินเป็นของขวัญไปเลยเช่น ใกล้วันเกิดของคนยืมเงินคนนี้ ก็ให้เงินเขา

แล้วบอกไปเลยว่า “ฉันมีแค่นี้แหละ ถือว่าให้เป็นของขวัญวันเกิดแล้วกันนะ”ให้เท่าที่เราไม่เดือดร้อน

ถึงแม้จะไม่เต็มจำนวนที่เขาต้องการ แต่อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาได้บ้าง